How I Planned My First Trip to Europe ALONE

A tiny Muslim girl traveling alone in Europe… that doesn’t seem to be possible, right?
Well, it did happened. In fact, it happened beautifully.
8 days in 4 cities 3 countries: Berlin-Dresden-Prague-Paris
I was alone for the first 5 days, visiting 3 cities.
Today, I am going to talk about how I did it!

คงไม่มีใครคิดว่าเด็กผู้หญิงมุสลิมตัวเล็กๆคนหนึ่งจะมีโอกาสได้เดินทางในยุโรปคนเดียว
แต่มันก็เป็นไปแล้ว! ในเวลาแปดวัน ฉันได้ไปเหยียบสี่เมืองใหญ่ของสามประเทศในยุโรป
เริ่มด้วยเบอร์ลิน เดรสเดน ปรากและจบลงที่ปารีส
ฉันเดินทางคนเดียว ลุยเดี่ยวในช่วงเวลาห้าวันแรกขณะที่ไปเยือนสามเมือง
เรามาดูกันว่าฉันวางแผนทั้งหมดนี้ยังไง!
First: Pick your starting point
The first thing you need to pick is your first destination, where it all starts.

  • Write down all the cities that you want to visit and use Google map/ real maps to figure out where would be the most logical place to start
  • Obviously, you might have to narrow down the number of cities that you are going to visit. It really depends on how many days you are planning on traveling. I would suggest to give at least 2 full day per one city in order to fully explore it.
  • Make sure you have Schengen Visa (If you need one). This one visa allows you to visit 25 countries in Europe!

For this trip
Since I am studying abroad in Copenhagen now, it made a lot of sense to start with Germany.
First, because I can get there by bus and save a lot of money. Second, because how can you be in Europe and NOT visit Germany?!

อันดับแรกเลยคือต้องเลือกก่อนว่าจุดเริ่มต้นในการเดินทางของเรานั้นอยู่ที่ไหน ใช้วิธีง่ายๆเลยคือเขียนรายชื่อเมืองที่เราอยากไปทั้งหมดลงในกระดาษแล้วลองใช้ Google Map หรือแผนที่จริงๆเชคดูว่าเมืองไหนอยู่ตรงไหน แล้วควรจะเริ่มต้นเดินทางที่เมืองไหนก่อน แน่นอนว่ารายชื่อเมืองที่เราเขียนมันคงจะยาวเหยียดดดดเลย 555 พอรู้พิกัดแล้วก็คงต้องเลือกแล้วค่ะว่าอยากจะไปเมืองไหน จะไปได้กี่เมืองนั้นขึ้นอยู่กับเวลาเดินทาง ขอแนะนำว่าแต่ละเมืองควรมีเวลาสองวันเต็มในการเที่ยวค่ะ ไม่งั้นมันจะไม่แตกต่างอะไรเลยกับทัวร์ชะโงกที่หลายๆคนเกลียดนักเกลียดหนา 555  อย่าลืมทำวีซ่าเชงเก้นก่อนไปด้วยนะคะ สามารถไปเที่ยวได้ถึง 25 ประเทศในยุโรป!

สำหรับการเดินทางครั้งนี้ฉันเริ่มต้นที่ประเทศเยอรมันนีเพราะตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่โคเปนเฮเกนประเทศเดนมาร์กซึ่งไม่ไกลกันมาก สามารถนั่งรถบัสไปได้เลยแบบประหยัดๆ ที่สำคัญอีกอย่างคือมายุโรปทั้งทียังไงก็ต้องไปเยอรมันนี้ให้ได้!

Second: Connect the Dots

Now I have already figured out  WHERE I am going, now let’s plan out HOW I am going to get there.
Flights and train bookings, in my opinion, is a much more important and urgent than hostel booking.
Flights only get  more expensive and there are not as many alternatives out there, so basically you should start searching around for flights as soon as you have decided where you want to visit. Book everything at least one month before your departure.

  • Search multiple sites to get the best price. If you are a student, don’t for get to search on sites that have some student discounts
  • My favorite sites are Expedia, Skyscanner, Momondo, STAtravel (for students), Studentuniverse
  • Check out local low cost airlines. Often times these airlines don’t show up on the above websites. You might have to go directly to their websites: Easyjet and Ryanair

หลังจากที่รู้แล้วว่าจะไปไหน ทีนี้เราต้องมาคิดว่าจะไปยังไง??  ในความคิดของฉันแล้วการจองตั๋วเครื่องบินและรถไฟนั้นสำคัญกว่าการจองที่พักมากๆ เพราะของพวกนี้ขึ้นราคาอยู่ตลอดและมีให้เลือกไม่มากเหมือนที่พักซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายแบบ เรียกได้ว่าไปถึงแล้วค่อยไปเดินหาก็ยังได้ ดังนั้นควรจองตั๋วเครื่องบินหรือรถไฟที่มันแพงๆให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยในส่วนนี้ควรจะจองให้เรียบร้อยประมาณหนึ่งเดือนก่อนออกเดินทาง

  • ลองค้นหาและเปรียบเทียบราคาดูในจากหลายๆเวบ ใครที่เป็นนักเรียนก็อย่าลืมเชคเวบที่มีส่วนลดเฉพาะสำหรับนักเรียนด้วย
  • เวบที่ส่วนตัวใช้เป็นประจำคือ Expedia, Skyscanner, Momondo, STAtravel (for students), Studentuniverse
  • นอกจากนี้ควรเชคสายการบินต้นทุนต่ำของแถบนั้นด้วย คือ airasia หรอ Nokair บ้านเค้านั่นแหละค่ะ ในยุโรปก็มีที่นิยมคือ Easyjet and Ryanair

Another alternative is to travel by bus if the cities you are going to are closer together or if the flight/train to go there gets too expensive.
Bus ticket price usually stay the same and most companies also offer student price.

อีกหนึ่งทางเลือกคือการเดินทางบนดินคือนั่งรถบัสหรือรถทัวร์นั่นเอง กรณีนี้สะดวกมากๆสำหรับคนที่เที่ยวหลายเมืองใกล้ๆกันแล้วค่าเครื่องหรือค่ารถไฟแพงเกินไป ค่ารถบัสไม่ค่อยขึ้นราคาเท่าไหร่ค่ะ แต่ก็ควรจองล่วงหน้าเพราะว่าอาจจะไม่มีที่นั่ง จากประสบการณ์ที่ผ่านมาก็นั่งสบาย คล้ายๆที่นั่งเครื่องบินค่ะ

For this trip
I only flew ONCE. I’m not kidding… only once from Paris back to Copenhagen.
The rest of the trip I used ground transportation AKA the buses (I’m only talking about inter-city travel).
I tired to take night buses because then I can save some money on accommodation and don’t waste time for sightseeing.

สำหรับทริปนี้ฉันบินแค่หนึ่งครั้ง!! จริงๆนะ คือตอนที่บินจากปารีสซึ่งเป็นที่เที่ยวสุดท้ายกลับไปโคเปนเฮเกน ที่เหลือคือนั่งรสบัสหมดเลยจ้า
ก็พยายามนั่งรถบัสกลางคืนเพราะว่าจะได้ประหยัดค่าที่พักและไม่เสียเวลาเดินเที่ยวด้วยค่ะ รายะละเอียดตามด้านล่างนี้เลยค่ะ 🙂

  • Copenhagen – Berlin: A night bus 22.30-6.30 (8 hours)  by Eurolines Cost $54.15
    Unexpectedly, I also got a chance to go on a ferry. It was dark and I couldn’t see anything, but it was still my first experience!

    Check out my video here!
  • Berlin – Dresden: Morning bus and apparently the same one from Copenhagen lol  7.30-9.59 (2.5 hours) Cost $11
  • Dresden – Prague:  Morning bus 10.20 -12.25 (2 hours) Cost $27
  • Prague – Paris:  23.00-13.05 (14hours) Cost $89.91
    A night bus (kind of) by Student Agency , a very popular company that my friend from the republic suggested
  • Paris – Copenhagen: A flight by Easy Jet  13.15-15.10 (2hours) Cost $84.82

Total cost for intercity  transportation = $266.88   ประมาณ 8,666.93 บาท สำหรับค่าเดินทางระหว่างเมืองตั้งแต่ต้นจนจบ

Third: Find Places to Sleep

Pick a place to sleep for each city that you are visiting. I suggest you to be a little bit adventurous and try different types of hostels.
Some hostels that are more like dorms, some are more like guesthouses, while some are just a cheaper version of hotels.
Different types of hostels allow you to meet different kind of people!

  • Pick a hostel near local train station and calculate how far it is from the places you want to visit. You do not want to spend half your time there on the train.
  • Read customer reviews! It is everywhere! Most of the time you can read it on the booking sites!
  • The cheapest option would be the dorms. You can find female dorm in all cities.

หลังจากที่เรารู้แล้วว่าจะไปไหน ไปยังไง เราก็มาหาที่ซุกหัวนอนค่ะ 555 ในฐานะที่ฉันเป็น Backpacker ตัวเล็กๆคนหนึ่ง แน่นอนว่าฉันพักในโฮสเทล ขอแนะนำให้คุณเลือกพักโฮสเทลให้หลายหลายเวลาไปเมืองต่างๆ บางที่จะเป็นเหมือนหอ เหมือนโรงแรม เหมือนไปพักบ้านเค้า ถ้าไปที่พักหลายๆอารมณ์ก็จะได้เจอคนหลากหลายมากขึ้นค่ะ

  • เลือกที่พักที่อยู่ใกล้ระบบขนส่งมวลชน เช่น สถานีรถไฟใต้ดิน ลองใช้ Google map คำนวนดูว่าจากที่พักเราต้องเดินทางไปนานแค่ไหนกว่าจะไปถึงที่ๆเราอยากเที่ยว เลือกให้ดีเพราะคุณคงไม่อยากเสียเวลาส่วนใหญ่ของแต่ละวันไปกับการนั่งรถใต้ดินมองไม่เห็นอะไรเลย
  • อ่านรีวิว อ่านให้แหลกกกกกเลยค่ะ มีอยู่หลายเว็บเลย แต่ส่วนใหญ่เว็บที่เราใช้บริการเพืิ่อจองห้องพักจะมีรีวิวอยู่แล้ว ก็พยายามเลือกตามความชอบของตัวเองค่ะ
  • ที่นอนที่ถูกที่สุดคือ dorm หรือที่เป็นหลายๆเตียงนอนกับคนแปลกหน้าในห้องเดียวกัน แต่สาวๆไม่ต้องกังวลนะคะ มี female dorm อยู่ทุกเมืองไม่ต้องไปนอนรวมกับผู้ชายค่ะ

Fourth: Put Them All Together
In the end, I created a spreadsheet on Google Doc for my travel itineraries. This way you have everything in one place!

  • Color coding makes life so much easier
  • Make sure you also mark the unpaid bookings or the hostels. Otherwise you might not remember and not have enough money once you get there!

สุดท้ายแล้วฉันก็รวบรวมข้อมูลสำคัญของบุคกิ้งเหล่านี้และสร้าง spreadsheet บน Google Doc มันจะได้อยู่ที่เดียวกัน ดูง่ายๆ พยายามไฮไลท์สีต่างๆจะได้ดูง่ายว่าอะไรเป็นอะไร ถ้าอันไหนที่ยังไม่จ่ายตังค์ก็ทำให้เห็นชัดเจนจะได้เตรียมเงินถูกค่ะ

Screen Shot 2014-04-05 at 10.08.26 PM

Screen Shot 2014-04-05 at 10.10.51 PM

Fifth: Plan Where To Go & What To Do

Now that I feel quite secured, knowing how to get there and where to sleep, I can think about the fun things!
For this trip, I picked up 3 Lonely Planet Travel Guides from a local bookstore. I prefer to have some kind of information with me.
I then basically spent my time on the way to each city reading the guidebooks, highlighting it, and making sure I do not miss places that I REALLY REALLY want to visit.

วางแผนเรื่องเครียดๆกันเสร็จแล้ว ก็มาถึงคราวเรื่องสนุกๆ กันบ้าง เราก็ต้องเตรียมตัวนิดหน่อยว่าอยากไปทำอะไร ที่ไหนในเมืองนี้บ้าง แต่ขอแนะนำว่าอย่าวางแผนแบบรัดกุมเกินปนะคะ เพราะถ้าพลาดแล้วมันจะไม่สนุก ขอแนะนำให้ไปหาหนังสือนำเที่ยว เช่นของ Lonely planet มาอ่านดู จะได้ทราบว่าตัวเองสนใจไปเที่ยวที่ไหนบ้าง หนังสือของคนไหนเขียนก็มีเยอะแยะเลยค่า อ่านแล้วก็ไฮไลท์หรือแปะโพสอิทไว้เพื่อเป็นข้อมูล เสร็จแล้วก็พยายามคิดว่าแต่ละวันจะไปไหนดี อันไหนอยู่ใกล้กันก็ไปวันเดียวกัน เอาง่ายๆคือให้เขียนสถานที่ที่อยากไปมากๆๆๆๆ แบบพลาดไม่ได้ลงบนกระดาษ แล้วค่อยคิดว่าจะไปตอนไหนค่ะ

Photo by Uzma Daraman

Sixth: Get Ready for the BEST Trip of Your Life!

  • Pack LIGHT – I only brought one medium size backpack with me
  • Check the weather forecast for each city before you pack. Pack for all kinds of weather conditions if you are unsure.
  • Let’s gooooooo!
  • จัดของให้เบาที่สุดดดดดด ทริปนี้แปดวันฉันเอากระเป๋าเป้ขนาดกลางไปแค่ใบเดียว
  • ลองตรวจสภาพอากาศก่อนวันเดินทางจะได้รู้ว่าควรเตรียมอะไรไปบ้าง ถ้าไม่แน่ใจให้แพคเตรียมพร้อมทุกสภาพอากาศ
  • พร้อมแล้วก็ไปกันเลยยยยยยยยยยยยยยย
Advertisements